top of page
เกี่ยวกับเรา V.2.0.png
ภาพ cover Collagen Biostimulator

Program Collagen Biostimulator 
เสริมสร้างคอลลาเจน

Collagen Biostimulator 

ภาพ cover Collagen Biostimulator

คอลลาเจน คืออะไร? และทำไมมันถึงสำคัญ?

คอลลาเจน (Collagen) คือเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำหน้าที่เสมือนโครงสร้างแกนหลักที่ยึดเหนี่ยวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หลอดเลือด และกระจกตา

 

ในทางสถิติ คอลลาเจนมีสัดส่วนถึง 30% ของโปรตีนทั้งหมดในร่างกายมนุษย์ และหากพิจารณาเฉพาะบริเวณผิวหนัง คอลลาเจนจะเป็นส่วนประกอบหลักที่คิดเป็น 75–80% ของผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่อยู่ลึกลงไปจากผิวชั้นนอกที่เรามองเห็น ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดทาทั่วไปจึงมักไม่สามารถส่งผ่านสารบำรุงลงไปดูแลเส้นใยคอลลาเจนในชั้นนี้ได้อย่างแท้จริง

คอลลาเจน คืออะไร?

คอลลาเจน (Collagen) มีประโยชน์อย่างไร?

ประโยชน์ของคอลลาเจน (Collagen) ได้แก่

  • สร้างเกราะความยืดหยุ่นแก่ผิวพรรณ: ทำหน้าที่ค้ำยันโครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
     

  • เสริมสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์: ทำหน้าที่เสมือนโครงตาข่าย ที่คอยโอบอุ้มและสนับสนุนให้เซลล์ใหม่สามารถเจริญเติบโตและจัดเรียงตัวได้อย่างเป็นระเบียบ
     

  • สนับสนุนกลไกการผลัดเซลล์ผิว: มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและส่งเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกตามวงจรธรรมชาติ
     

  • เป็นกลไกห้ามเลือดตามธรรมชาติ: เมื่อร่างกายเกิดบาดแผล เส้นใยคอลลาเจนบริเวณหลอดเลือดจะทำหน้าที่ดึงดูดเกล็ดเลือดให้มาเกาะตัวกัน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการช่วยหยุดเลือดอย่างรวดเร็ว
     

  • ปกป้องอวัยวะภายในร่างกาย: เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue) ทำหน้าที่ห่อหุ้ม ลดแรงกระแทก และรักษารูปทรงของอวัยวะสำคัญ

มีประโยชน์อย่างไร?

คอลลาเจน (Collagen) มีกี่ชนิด

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ค้นพบคอลลาเจนในร่างกายมนุษย์แล้วมากกว่า 28–29 ชนิด แต่ชนิดที่สำคัญต่อผิวและความงามมีอยู่ 3 ชนิดหลักที่ควรรู้จัก ได้แก่

ชนิด
พบที่ไหน
หน้าที่หลัก
Type I
ผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น
มีความแข็งแรงที่สุด คิดเป็น 90% ของคอลลาเจนทั้งหมด ช่วยให้ผิวหนังกระชับและลดความหย่อนคล้อย
Type II
กระดูกอ่อน ข้อต่อ
ช่วยบำรุงข้อเข่า และลดการสึกหรอของข้อต่อ
Type III
กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน หลอดเลือด
มอบความยืดหยุ่นให้แก่เนื้อเยื่อ โดยมักทำงานควบคู่กับคอลลาเจน Type I

สาเหตุที่คอลลาเจนลดลง
ร่างกายมนุษย์สามารถสร้างคอลลาเจนได้สูงสุดในช่วงวัยหนุ่มสาว แต่กระบวนการนี้จะเริ่มถดถอยลงตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป และจะเห็นผลลัพธ์ที่เด่นชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่วัย 40 ปี โดยคอลลาเจนจะลดลงเฉลี่ยประมาณ 1% ต่อปี ในขณะที่อัตราการเสื่อมสลายยังคงเท่าเดิม ส่งผลให้ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย เกิดร่องลึก และใบหน้าดูสูญเสียวอลลุ่ม (Volume) นอกจากปัจจัยด้านอายุแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่เร่งการสูญเสียคอลลาเจน ได้แก่

  • รังสี UV จากแสงแดด: ทำลายเส้นใยคอลลาเจนใต้ชั้นผิวโดยตรง
     

  • การสูบบุหรี่: ลดประสิทธิภาพการไหลเวียนของออกซิเจนไปสู่ผิวหนัง
     

  • การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง: เร่งกระบวนการไกลเคชัน (Glycation) ซึ่งทำให้เส้นใยคอลลาเจนแข็งตัวและเปราะบางลง
     

  • ความเครียดสะสม: ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งไปยับยั้งกระบวนการสร้างคอลลาเจน
     

  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: ขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมคอลลาเจนในขณะนอนหลับ

คอลลาเจน (Collagen) มีกี่ชนิด
Collagen Biostimulator คืออะไร?

Collagen Biostimulator คืออะไร?

Collagen Biostimulator ไม่ใช่สารเติมเต็ม (Filler) ที่ให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราว แต่จัดเป็น "สารเสริมสร้าง" ที่เข้าไปทำงานลึกถึงชั้นผิว เพื่อส่งสัญญาณให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตคอลลาเจนของผิวหนัง กลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง จุดเด่นที่สำคัญของนวัตกรรมนี้คือการ "ฟื้นฟูโครงสร้างจากรากฐาน" ผลลัพธ์ด้านความอิ่มฟูและกระชับที่ได้จึงมาจากคอลลาเจนของร่างกายอย่างแท้จริง มอบความเป็นธรรมชาติสูง และสามารถคงสภาพไว้ได้ยาวนานถึง 1-2 ปี

การทำงานของ Collagen Biostimulator

1. ปลุกการทำงานของเซลล์ผิว

เมื่อส่งสารกลุ่ม Biostimulator (เช่น PLLA, CaHA, PDO, PDLLA หรือ PCL) เข้าสู่ชั้นผิว สารเหล่านี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเรียกเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้เกิดการตื่นตัว และเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่

 

2. สร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ

ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตเส้นใยคอลลาเจน Type I และ Type III ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยคืนความยืดหยุ่นและความอิ่มฟูให้แก่ผิวพรรณ

 

3. ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน

เส้นใยคอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่จะเข้าไปประสานตัวและซ่อมแซมโครงสร้างผิวในชั้นลึก ช่วยเสริมความแข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย จัดการปัญหารอยหลุมสิว รวมถึงฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด

 

4. คงผลลัพธ์ต่อเนื่องและยาวนาน

เมื่อเวลาผ่านไป สาร Biostimulator จะค่อย ๆ สลายตัวไปจนหมดตามกระบวนการทางธรรมชาติ ทิ้งไว้เพียงโครงข่ายคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง นวัตกรรมนี้จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูละมุน ค่อยเป็นค่อยไป ทว่าสามารถรักษาสภาพความอ่อนเยาว์ไว้ได้อย่างยั่งยืน

การทำงานของ Collagen Biostimulator

ประเภทของ Collagen Biostimulatorเลือกอะไรดี?

  • Collagen Biostimulator Sculptra (PLLA): โดดเด่นด้านการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในชั้นลึก ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน Type I ได้ในปริมาณสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการผลลัพธ์ความอิ่มฟูที่ยาวนาน 1-2 ปี
     

  • Collagen Biostimulator TheraFill (Atelocollagen): คอลลาเจนบริสุทธิ์ที่มีความเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของมนุษย์ในระดับสูง โดดเด่นในการเติมเต็มริ้วรอยเส้นเล็ก ร่องตื้น และบริเวณใต้ตาที่บอบบKาง ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและดูอิ่มน้ำ
     

  • Collagen Biostimulator Gouri (Liquid PCL): นวัตกรรมสาร PCL ในรูปแบบของเหลว 100% ซึ่งมีคุณสมบัติกระจายตัวใต้ชั้นผิวได้เป็นวงกว้าง เน้นการยกกระชับโครงหน้าโดยรวม พร้อมเสริมสร้างคุณภาพผิวให้กลับมาแน่นและมีความยืดหยุ่นสูง
     

  • Collagen Biostimulator HArmonyCa (HA + CaHA): สารเสริมสร้างคอลลาเจนแบบไฮบริดที่มอบผลลัพธ์แบบ 2-in-1 โดยผสานกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ที่ช่วยยกกระชับและเพิ่มมิติให้ผิวหลังรับบริการ เข้ากับสาร CaHA ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว เหมาะสำหรับวัย 30 ปีขึ้นไปที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน
     

  • Collagen Biostimulator Belluxi (Liquid PCL): นวัตกรรมสาร PCL ชนิดน้ำจากประเทศเกาหลีใต้ที่เน้นการบำรุงผิวระดับพรีเมียม โดดเด่นด้านการปรับปรุงคุณภาพผิวแบบองค์รวม ช่วยกระชับรูขุมขน ปรับโทนสีผิวให้สว่างกระจ่างใส พร้อมเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวที่เสื่อมสภาพกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
     

  • Collagen Biostimulator Profhilo (100% Pure HA): ใช้กรดไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์ความเข้มข้นสูง โมเลกุลช้าและเร็วผสมกัน ช่วยเสริมสร้างการสร้างทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน ฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น อิ่มฟู และเกิดเอฟเฟกต์ยกกระชับ ทั่วใบหน้า
     

  • Collagen Biostimulator Nucleofill (Polynucleotide - PN): นวัตกรรมฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ด้วยสารสกัดจาก DNA แซลมอนเข้มข้น โดดเด่นด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ  เสริมสร้างการซ่อมแซมเนื้อเยื่อระดับลึก และปรับโครงสร้างผิวให้ตึงกระชับ เหมาะสำหรับผิวที่เสื่อมโทรมตามวัย
     

  • Collagen Biostimulator Rejuran (Polynucleotide - PN): สกินบูสเตอร์ยอดฮิตจากเกาหลีที่สกัดจาก DNA แซลมอน เน้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรง รูขุมขนกระชับ ลดรอยดำรอยแดง และสร้างเกราะป้องกันผิวให้มีความฉ่ำวาวแบบผิวกระจก (Glass Skin)
     

  • Collagen Biostimulator Vitaran (Polynucleotide - PN): อีกหนึ่งนวัตกรรมกลุ่ม PN ที่ช่วยเสริสร้างการสร้างไฟโบรบลาสต์และคอลลาเจน ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากมลภาวะและแสงแดด ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดี

เลือกอะไรดี?

ใครบ้างที่เหมาะกับ Collagen Biostimulator?

นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับลึก จึงตอบโจทย์กลุ่มผู้ที่มีความต้องการดูแลผิวอย่างยั่งยืน ดังนี้

  • ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป: ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติและเกิดความหย่อนคล้อย
     

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องตื้น: ที่ต้องการเติมเต็มและปรับโครงสร้างผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียน
     

  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวหรือรูขุมขนกว้าง: โดยต้องการเพิ่มความกระชับและความยืดหยุ่นให้แก่ผิวพรรณ
     

  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความกระจ่างใส: เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสุขภาพดี อิ่มน้ำ และมีความฉ่ำวาวในลักษณะของผิวกระจก (Glass Skin)
     

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวระยะยาว: ผ่านการเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
     

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า: เช่น การเติมเต็มบริเวณขมับ แก้มตอบ หรือปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
     

  • ผู้ที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย: ที่ต้องการซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวและเนื้อเยื่อให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

เหมาะกับใครบ้าง?
Collagen Biostimulator — เลือกอะไรดี?

ประเภทของ Collagen Biostimulator — เลือกอะไรดี?

PROGRAM SCULTRA

PROGRAM
SCULTRA

  • คืออะไร: สาร PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่นำมาใช้ทางการแพทย์และได้รับการรับรองจาก US-FDA
     

  • ช่วยอะไร: มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจน Type I เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวในชั้นลึก
     

  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย และใบหน้าสูญเสียวอลลุ่มตามวัย 
     

  • จุดเด่นที่ต่างจากหัตถการอื่น: เป็นการอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายในการเสริมสร้างคอลลาเจน 
     

  • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: สภาพผิวจะค่อย ๆ ดูกระชับและอิ่มฟูขึ้นตามระยะเวลาการทำงานของตัวสาร (ระยะเวลาคงสภาพประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
     

  • บริเวณที่นิยมทำ: ขมับ แก้มตอบ โหนกแก้ม ร่องแก้ม และแนวกราม (หลีกเลี่ยงบริเวณใต้ตาและริมฝีปาก) 
     

  • จำนวนครั้ง / แผนการรักษา: โดยทั่วไปแนะนำ 2-3 ครั้ง เว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) 
     

  • การดูแลหลังทำ: จำเป็นต้องนวดตามคำแนะนำของแพทย์ (หลักการ Triple 5: นวดครั้งละ 5 นาที วันละ 5 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน) เพื่อให้สารกระจายตัว 
     

  • ความรู้สึกหลังทำ: ระหว่างทำจะมีการใช้ยาชาเพื่อบรรเทาความรู้สึก หลังทำอาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่รับบริการ ซึ่งมักจะค่อยๆ ทุเลาลงไปเอง

กี่วันเห็นผล?
อยู่ได้นานแค่ไหน?

ช่วงเวลา
สิ่งที่เกิดขึ้น
หลังฉีด
อาจบวมเล็กน้อย บางชนิด (ที่มี HA) รู้สึกถึง Volume
2-3 สัปดาห์
เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ผิวแน่นขึ้นเล็กน้อย
1-3 เดือน
ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น คอลลาเจนสร้างตัวเต็มที่
3-6 เดือน
ผลลัพธ์สมบูรณ์ที่สุด
12-24 เดือน
ผลลัพธ์ยังคงอยู่ก่อนจะค่อยๆ ลดลง
กี่วันเห็นผล? อยู่ได้นานแค่ไหน?

Collagen Biostimulator ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง?

แนวทางการดูแลผิวพรรณในคลินิกชั้นนำปัจจุบัน มักนิยมประยุกต์ใช้เทคนิคการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสารเสริมสร้างคอลลาเจนสามารถทำงานควบคู่กับนวัตกรรมอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
 

  • กลุ่มเครื่องมือยกกระชับ (เช่น โปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Thermage หรือ โปรแกรม HIFU): เครื่องมือกลุ่มพลังงานมีจุดเด่นในการทำให้ชั้นผิวลึก (SMAS) หดรัดตัวและตึงกระชับขึ้น เมื่อนำมาผสานกับการใช้สาร Biostimulator ที่เข้าไปเสริมสร้างโครงข่ายคอลลาเจนใหม่ จะยิ่งช่วยทวีคูณความแน่นกระชับให้แก่โครงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Double Effect)
     

  • กลุ่ม โปรแกรม Skin Booster : สารบำรุงกลุ่มนี้ทำหน้าที่เพิ่มความฉ่ำวาวและลดเลือนรูขุมขนบริเวณผิวชั้นบน (Superficial Dermis) ในขณะที่ Biostimulator จะทำหน้าที่ซ่อมแซมรากฐานอยู่บริเวณผิวชั้นล่าง การทำร่วมกันจึงช่วยให้ผิวมีความละเอียดผุดผ่อง ควบคู่ไปกับการมีโครงสร้างผิวที่แข็งแรง
     

  • กลุ่มสารเติมเต็ม (ชนิด HA): โปรแกรม ฉีดฟิลเลอร์ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาเฉพาะจุดอย่างเร่งด่วน เช่น การเติมเต็มกระดูกที่ยุบตัวหรือร่องลึก ในขณะที่สาร Biostimulator จะช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวพรรณโดยรวมบริเวณโดยรอบ ให้กลับมายืดหยุ่นและดูเป็นธรรมชาติ
     

  • กลุ่มนวัตกรรม RF Microneedling : การส่งผ่านคลื่นวิทยุผ่านหัวเข็มขนาดเล็ก จะช่วยเปิดผิวและส่งเสริมกระบวนการเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด

ทำร่วมกับอะไรได้บ้าง?
​FAQ คำถามที่พบบ่อย

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Collagen Biostimulator

bottom of page