top of page
เกี่ยวกับเรา V.2.0.png
ภาพ cover โปรแกรมฉายแสงรักษาสิว และรอยสิว

Program photodynamic therapy

โปรแกรมฉายแสงรักษาสิวและรอยสิว

โปรแกรม ฉายแสง
รักษาสิว และรอยสิว

โปรแกรมฉายแสง รักษาสิว และรอยสิว (LLLT และ PDT)

เทคโนโลยีแสงบำบัดเป็นวิธีรักษาที่ ช่วยลดสิวและอาการอักเสบได้ดี โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือทำร้ายผิว เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากกินยา รวมถึงหญิงตั้งครรภ์หรือคนที่สิวยากจะหายด้วยยาปฏิชีวนะ


การฉายแสงบำบัดในคลินิกผิวหนังมี 2 ระดับความเข้มข้น ดังนี้:

1. LLLT (Low-Level Light Therapy): ใช้พลังงานแสง LED 

  • แสงสีฟ้า (Blue Light - ความยาวคลื่น 415 nm): แสงสีฟ้าจะไปจับกับสาร Porphyrins ซึ่งเป็นสารที่แบคทีเรีย C. acnes สร้างขึ้น เมื่อโดนแสงจะเกิดสารอนุมูลอิสระที่ช่วยทำลายผนังเซลล์แบคทีเรีย ทำให้เชื้อตายโดยไม่ทำให้เกิดดื้อยา
     

  • แสงสีแดง (Red Light - ความยาวคลื่น 633 nm): แสงสีแดงสามารถซึมลึกลงไปในชั้นผิวได้มากกว่า ช่วยลดการอักเสบ ลดรอยแดงและบวม พร้อมเสริมสร้างเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนเพื่อซ่อมแซมผิว

2. PDT (Photodynamic Therapy)

โดยแพทย์จะทาสารไวแสง เช่น ALA (Aminolevulinic Acid) ลงบนผิว เพื่อให้ซึมเข้าสู่ต่อมไขมัน จากนั้นใช้แสงสีแดงหรือสีฟ้ามาฉาย เมื่อแสงทำปฏิกิริยากับสารไวแสง จะสร้างพลังงานที่ช่วยลดต่อมไขมันที่ผิดปกติ และฆ่าเชื้อสิว


ข้อแนะนำและการดูแลหลังทำ

  • สำหรับ LLLT: หลังทำไม่มีข้อจำกัด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แนะนำให้ทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งในช่วงแรก เพื่อให้เห็นผลชัดเจนขึ้น
     

  • สำหรับ PDT: ผิวจะไวต่อแสงแดดมาก ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดจัด และทาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างน้อย 48 ชั่วโมงหลังรับการรักษา อาจมีผิวแดงหรือหลุดลอกเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของกระบวนการผลัดเซลล์ผิว

ทำไมต้องรักษาสิวด้วยโปรแกรมฉายแสง?

โปรแกรมฉายแสง (Light Therapy) เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจากการรักษาด้วยวิธีอื่น ดังนี้:

  • ปลอดภัยมากกว่าา: ไม่มีการใช้สารเคมีรุนแรง และไม่ใช่การผ่าตัด
     

  • ไม่เจ็บ: ระหว่างทำจะรู้สึกเพียงอุ่นๆ บนผิวหน้า และสามารถแต่งหน้าไปเรียนหรือทำงานต่อได้ (สำหรับ LLLT)
     

  • ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการดื้อยา หรือผู้ที่กังวลเรื่องผลข้างเคียงจากการทานยารักษาสิวต่อเนื่องเป็นเวลานาน
     

  • รักษาได้ครอบคลุม: ทั้งฆ่าเชื้อสิว ลดความมัน และฟื้นฟูรอยแดงไปพร้อมกัน

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบริการ

เพื่อให้การฉายแสงมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงในการระคายเคือง ควรเตรียมตัวดังนี้:

  • งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว: งดการใช้ AHA, BHA หรือครีมกลุ่มเรตินอยด์ประมาณ 3-5 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวบอบบางเกินไป
     

  • ทำความสะอาดผิว: ควรเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนเริ่มขั้นตอนการฉายแสง
     

  • แจ้งประวัติสุขภาพ: หากมีประวัติแพ้แสง หรือกำลังใช้ยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้ง
     

  • ป้องกันดวงตา: ระหว่างการฉายแสง เจ้าหน้าที่จะมีแว่นตาป้องกันแสงปิดให้สนิท เพื่อความปลอดภัยของดวงตา

ใครบ้างที่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉายแสงรักษาสิว?

การรักษาวิธีนี้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับกลุ่มบุคคลดังต่อไปนี้:

  • ผู้ที่มีสิวอักเสบเรื้อรัง: สิวที่มักจะขึ้นซ้ำที่เดิม หรือสิวที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ
     

  • ผู้ที่ผิวแพ้ง่าย: ไม่ต้องการใช้ยาทารักษาสิวที่มีฤทธิ์รุนแรงซึ่งอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคือง
     

  • ผู้ที่ข้อจำกัดในการทานยา: เช่น หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่สามารถทานยากลุ่มกรดวิตามินเอ (Isotretinoin) ได้
     

  • ผู้ที่ต้องการลดรอยแดงไปพร้อมกัน: แสงสีแดงจะช่วยให้รอยสิวที่เพิ่งเกิดขึ้นจางลงเร็วกว่าการรอให้ผิวฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ

รวมคำถาม - คำตอบ เกี่ยวกับเครื่อง

 โปรแกรม ฉายแสง รักษาสิว และรอยสิว

bottom of page