
Program acne injection
โปรแกรมฉีดสิว
โปรแกรม ฉีดสิว

โปรแกรมฉีดสิว : ยุบไว ทันใจ ป้องกันรอยหลุมสิว
เวลาสิวพัฒนาเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ หรือสิวซีสต์ (Cyst / Nodule) ที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง บวมแดง และปวดมาก การทายาอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ เพราะยาจะซึมลงไปไม่ทัน และถ้าปล่อยไว้ก็เสี่ยงทำให้เกิด "หลุมสิว" เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลาย วิธีรักษาที่ได้ผล และใช้กันทั่วไปในคลินิกผิวหนังทั่วโลกคือการฉีดสิว หรือ Intralesional Injection ซึ่งช่วยจัดการกับปัญหาได้ดีกว่าแค่ทายาอย่างเดียว
กลไกการรักษาด้วยโปรแกรมฉีดสิว
วิธีทำงานของยาคือตอนที่แพทย์ฉีดเข้าไปตรงกลางสิว ยาจะช่วยระงับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่เกินความจำเป็น ทำให้เม็ดเลือดขาวหยุดปล่อยสารก่อการอักเสบ สิวจึงยุบตัวลง และอาการเจ็บปวดก็จะลดลง ภายใน 24-48 ชั่วโมงเท่านั้นเอง
สิวประเภทไหนที่ฉีดได้ และแบบไหนที่ไม่ควรฉีด?
-
สิวที่เหมาะกับการฉีด: สิวอักเสบเม็ดใหญ่ สิวหัวช้าง สิวซีสต์ (Cyst) หรือสิวอักเสบที่ไม่มีหัว คลำแล้วเป็นไตแข็งๆ และมีอาการปวดบวมร่วมด้วย
-
สิวที่ไม่ควรฉีด: * สิวอุดตัน (Comedone): ทั้งสิวหัวดำและสิวหัวขาว เพราะยาฉีดไม่ได้ช่วยให้สิวหลุดออก การกดสิวคือวิธีที่เหมาะสมที่สุด
-
สิวผด: มักเกิดจากความร้อนหรืออาการแพ้ ควรใช้ยาทาหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น
-
สิวที่มีหนองสุกจัด: สิวที่อักเสบจนมีหัวหนองชัดเจนและใกล้แตก การฉีดยาอาจไม่จำเป็น แพทย์มักจะแนะนำให้เจาะระบายหนองออกและทำความสะอาดแผลแทน
-
ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการทำโปรแกรมฉีดสิว?
แม้โปรแกรม ฉีดสิวจะปลอดภัยเมื่อดูแลโดยแพทย์ แต่ก็มีกลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:
-
สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร: แม้ตัวยาจะใช้ในปริมาณน้อยมากๆ แต่เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ควรแจ้งแพทย์และหลีกเลี่ยงไปใช้ยาทาที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องแทน
-
ผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ : ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนรับการรักษา
-
ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังรุนแรง: บริเวณรอบๆ สิวที่ต้องการฉีด หากมีแผลติดเชื้ออื่นร่วมด้วย แพทย์อาจต้องประเมินการให้ยาฆ่าเชื้อก่อน
ข้อควรระวัง
ความเข้มข้นของยา เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ และประสบการณ์จากแพทย์โดยทั่วไปจะใช้ความเข้มข้นอยู่ที่ 2.5 - 5 mg/ml ถ้าใช้ยาที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป หรือฉีดตื้นเกินไปในชั้นผิว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวบุ๋มหรือรอยยุบคล้ายหลุมสิว และรอยด่างขาว แม้ว่าผิวจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเต่งตึงได้เองภายใน 1-6 เดือน แต่ก็ทำให้คนไข้รู้สึกกังวลใจไม่น้อย
นอกจากนี้ การฉีดสิวเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุจริงๆ เพราะไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ขึ้น จึงควรทำควบคู่กับการใช้ยาทารักษาสิวหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อแนะนำ และการดูแลหลังฉีดสิว
อย่าจับ แคะ แกะ หรือเกาบริเวณที่ฉีดสิวเด็ดขาดนะ ถึงแม้ว่าสิวจะเริ่มยุบลงแล้วก็ตาม เพราะถ้าทำแบบนั้น อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือทำให้ผิวบริเวณนั้นบอบช้ำมากขึ้นได้
หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 3-4 วัน ถ้าสิวยังไม่ยุบลง หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น มีหนองไหลออกมา ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการอีกครั้ง อาจจำเป็นต้องเจาะระบายหนองร่วมด้วย
รวมคำถาม - คำตอบ เกี่ยวกับเครื่อง
โปรแกรม ฉีดสิว
