top of page
เกี่ยวก��ับเรา V.2.0.png

Program XERF
โปรแกรมยกกระชับหน้า

โปรแกรม XERF

Frame 235.png

โปรแกรม XERF 
คือเครื่องอะไร? มีที่มาอย่างไร

หลายคนคงเคยค้นหาคำว่า "xerf laser" เวลาพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลผิวใช่ไหมครับ? บอกเลยว่าจริงๆ แล้วโปรแกรม XERF ไม่ใช่เลเซอร์ครับ แต่เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ซึ่งออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยโดยเฉพาะ


บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี
เครื่องนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Cynosure Lutronic ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสองบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ชั้นนำ โปรแกรม XERF เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในช่วงปี 2024 โดยเริ่มทำตลาดในประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และแคนาดาก่อนขยายสู่ประเทศอื่นๆ

รู้จัก โปรแกรม XERF

หลักการทำงาน ของโปรแกรม XERF

มาดูกันครับว่าพลังงานคลื่นวิทยุที่ว่านี้ทำงานอย่างไร ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ

 

เทคโนโลยี Monopolar RF คืออะไร

เทคโนโลยีคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) มีหลักการทำงานคือการส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ผิวหนัง เมื่อความร้อนอยู่ในระดับที่เหมาะสม โครงสร้างผิวจะเกิดการหดตัวเข้าหากัน นอกจากนี้ความร้อนยังช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้ผิวดูแน่นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

 

ระบบ Dual-Frequency สองความถี่ในเครื่องเดียว

จุดเด่นที่น่าสนใจคือการใช้สองความถี่สลับกันในการยิงพลังงานลงผิวในแต่ละครั้งครับ

​

  • ความถี่ 6.78 MHz: เป็นระดับความถี่ที่เน้นดูแลโครงสร้างผิวตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นกลาง

​

  • ความถี่ 2 MHz: เป็นระดับความถี่ที่ส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว

​

การทำงานสลับกันของสองความถี่นี้ ช่วยให้แพทย์สามารถดูแลปัญหาผิวได้ครอบคลุมหลายระดับความลึกพร้อมๆ กัน

 

ระบบทำความเย็นและหัวทิปเฉพาะทาง

แน่นอนว่าเมื่อใช้ความร้อน การดูแลอุณหภูมิผิวจึงสำคัญมาก โปรแกรมนี้มีระบบทำความเย็นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องระหว่างที่รับบริการเพื่อดูแลผิวชั้นบน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบหัวปล่อยพลังงาน ให้เป็นลักษณะคล้ายใยแมงมุมที่เรียกว่า Spider Pattern ซึ่งดีไซน์นี้มีส่วนช่วยกระจายพลังงานให้สม่ำเสมอทั่วบริเวณที่ทำ และช่วยลดโอกาสเกิดจุดความร้อนสะสมบนผิวหนังครับ

หลักการทำงาน ของโปรแกรม XERF

โปรแกรม XERF
ช่วยอะไรได้บ้าง แก้ปัญหาผิวแบบไหน

  • ผิวหย่อนคล้อยและกรอบหน้าไม่ชัด: พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุจะเข้าไปดูแลโครงสร้างผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยตามวัย ช่วยให้ผิวดูเข้ารูปและกรอบหน้าชัดเจนขึ้น

​

  • ริ้วรอยตื้นและผิวขาดความยืดหยุ่น: เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นตามกลไกธรรมชาติ ผิวที่เคยดูเหนื่อยล้าจะค่อยๆ กลับมามีความยืดหยุ่น ทำให้ริ้วรอยเล็กๆ ดูเรียบเนียนขึ้น

​

  • รูขุมขนกว้าง: ผลพลอยได้จากการที่ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น คือรูขุมขนจะดูเนียนละเอียดขึ้นตามไปด้วยครับ

​

  • ไขมันสะสมบริเวณแก้มและใต้คาง: ด้วยคลื่นความถี่ 2 MHz ที่ลงลึกถึงชั้นไขมัน โปรแกรมนี้จึงช่วยดูแลเรื่องความหนาแน่นของไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มและเหนียงได้อย่างเหมาะสม

​

  • บริเวณที่ทำได้ครอบคลุมแค่ไหน?: สามารถดูแลได้ทั้งผิวหน้า ลำคอ และบริเวณรอบดวงตาที่บอบบางครับ

โปรแกรม XERF ช่วยอะไรได้บ้าง

โปรแกรม XERF
เหมาะกับใคร และใครที่ควรหลีกเลี่ยง

ก่อนตัดสินใจทำหัตถการใดๆ การเช็กความพร้อมของร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ลองมาดูกันว่าสภาพผิวแบบไหนที่ตอบโจทย์ และใครที่ควรเว้นระยะไปก่อน


กลุ่มที่เหมาะสม

  • ผู้ที่มีความกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง

​

  • คนที่มีความกังวลเรื่องความเจ็บระหว่างทำ (ผู้รับบริการส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่ารู้สึกอุ่นสบายผิว)

​

  • ผู้ที่ไม่สะดวกใช้เวลาดูแลผิวเป็นพิเศษหลังทำ และต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าต่อได้เลย


ข้อห้ามและข้อควรระวัง ข้อจำกัดเหล่านี้อิงตามข้อควรระวังทั่วไปของเครื่องมือกลุ่มพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) เพื่อความรอบคอบทางสุขภาพ

  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร

​

  • ผู้ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังอยู่ในร่างกาย เช่น เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ

​

  • ผู้ที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณที่ต้องการทำการรักษา

​

  • ผู้ที่มีแผลเปิด หรือมีอาการติดเชื้อและอักเสบบริเวณผิวหนังที่ต้องการทำ

โปรแกรม XERF เหมาะกับใคร

โปรแกรม XERF กับโปรแกรม Ulthera
ต่างกันอย่างไร?

เคยไหมครับที่หาข้อมูลแล้วเจอสองชื่อนี้ตีคู่กันมาตลอด จนสงสัยว่าเราควรเลือกอะไรดี? บอกเลยว่าเป็นคำถามยอดฮิตมากครับ เรามาดูความแตกต่างหลักๆ กันแบบเข้าใจง่ายดีกว่า


ชนิดพลังงานที่ใช้ต่างกันโดยสิ้นเชิง 
ทั้งสองโปรแกรมใช้พลังงานคนละประเภทเลยครับ โปรแกรม XERF ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ที่ปล่อยความร้อนลงไปเป็นวงกว้าง คล้ายกับการให้ความร้อนกระจายตัวเพื่อดูแลผิวโดยรวม ส่วนโปรแกรม Ulthera จะใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสจุด (MFU-V) ที่ยิงเรียงกันเป็นจุดเล็กๆ ลงไปใต้ผิว


ชั้นผิวและเป้าหมายการรักษา 
ด้วยความที่พลังงานต่างกัน เป้าหมายก็ต่างกันด้วยครับ โปรแกรม XERF จะเน้นดูแลโครงสร้างผิวให้ดูแน่นขึ้นในหลายระดับความลึกพร้อมๆ กัน ในขณะที่โปรแกรม Ulthera จะเน้นยิงลึกเจาะจงไปที่ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงหน้า) เพื่อเน้นเรื่องการยกตัวของโครงสร้างผิวชั้นลึก


ความรู้สึกระหว่างทำและช่วงราคา 
เรื่องความรู้สึกตอนทำ โปรแกรม XERF ผู้รับบริการมักจะรู้สึกแค่อุ่นสบายผิวครับ ส่วนโปรแกรม Ulthera หลายคนอาจจะรู้สึกจี๊ดๆ ลึกๆ ใต้ผิวมากกว่าเล็กน้อย


เลือกแบบไหนดีตามลักษณะปัญหาผิว 
ไม่มีตัวไหนดีกว่ากันครับ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของเรามากกว่า หากกังวลเรื่องผิวขาดความยืดหยุ่น มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือใต้คาง และอยากให้ผิวโดยรวมดูแน่น โปรแกรม XERF จะตอบโจทย์มาก แต่ถ้ามีปัญหาความหย่อนคล้อยของโครงสร้างผิวชั้นลึกอย่างชัดเจน โปรแกรม Ulthera อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าครับ หรือในบางกรณี แพทย์อาจประเมินให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุม

โปรแกรม XERF กับโปรแกรม Ulthera ต่างกันอย่างไร?

โปรแกรม XERF กับโปรแกรม Morpheus8
ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อทั้งสองเทคโนโลยีนี้และสงสัยว่ามีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร มาเจาะลึกความแตกต่างที่ชัดเจนเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจกันครับ

 

  • รูปแบบการส่งพลังงานสู่ผิว โปรแกรม XERF จะปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ลงไปใต้ผิวผ่านการสัมผัสแนบกับผิวหน้าโดยไม่มีการใช้เข็มครับ ส่วนโปรแกรม Morpheus8 จะเป็นกลุ่มเทคโนโลยี Fractional RF Microneedling ซึ่งใช้เข็มขนาดเล็กจำนวนมากเพื่อส่งพลังงานความร้อนลงไปใต้ผิวหนังโดยตรง

​

  • เป้าหมายการดูแลปัญหาผิว โปรแกรม XERF ใช้ระบบ Dual-Frequency (ความถี่ 6.78 MHz และ 2 MHz) ทำงานสลับกัน เน้นส่งความร้อนไปดูแลโครงสร้างผิวให้ดูแน่นและเข้ารูปตั้งแต่ผิวชั้นตื้นไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวครับ ในขณะที่โปรแกรม Morpheus8 จะมีความโดดเด่นเรื่องการปรับสภาพผิวชั้นบนควบคู่กันไปด้วย เช่น ปัญหารอยสิว หรือเนื้อผิวไม่เรียบเนียน เนื่องจากมีกลไกของเข็มที่ทำงานร่วมกับความร้อน

​

  • ความรู้สึกระหว่างทำและการใช้ชีวิตหลังทำ สำหรับโปรแกรม XERF ผู้รับบริการมักจะรู้สึกเพียงอุ่นสบายผิวระหว่างรับบริการ เนื่องจากมีระบบทำความเย็นและดีไซน์หัวทิปที่ช่วยกระจายความร้อน ทำให้หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติครับ ส่วนโปรแกรม Morpheus8 จะต้องมีการทายาชาล่วงหน้าก่อนทำเสมอ และผู้รับบริการอาจต้องวางแผนเว้นระยะพักหน้า (Downtime) เพื่อให้รอยแดงหรือสะเก็ดเล็กๆ จากเข็มบนผิวค่อยๆ จางลงตามธรรมชาติครับ

โปรแกรม XERF กับโปรแกรม Morpheus8 ต่างกันอย่างไร?

ทำโปรแกรม XERF
เจ็บไหม ต้องเว้นวันพักหรือไม่

เคยไหมครับที่อยากดูแลผิวแต่ก็กลัวเจ็บ? ผมเข้าใจเลยครับว่าเรื่องความรู้สึกตอนทำเป็นปัจจัยหลักที่หลายคนกังวล เรามาคุยเรื่องนี้กันตรงๆ ตามความเป็นจริงดีกว่าครับ

 

ความรู้สึกระหว่างทำ ไม่ต้องกังวลไปนะครับ สำหรับโปรแกรม XERF ความรู้สึกตอนรับบริการจะค่อนข้างสบายผิวครับ ผู้รับบริการส่วนใหญ่รายงานว่ารู้สึกเพียงแค่อุ่นๆ บริเวณผิวที่ทำเท่านั้น ทำให้โดยทั่วไปแล้วกระบวนการนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาเลยครับ

 

การใช้ชีวิตประจำวันหลังทำ หลังจากรับบริการเสร็จแล้ว คุณสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวัน หรือแต่งหน้าเพื่อไปทำธุระต่อได้ในวันเดียวกันเลยครับ ในบางท่านอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นบ้างเล็กน้อย ซึ่งรอยเหล่านี้มักจะค่อยๆ จางลงและหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงครับ

 

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ จากข้อมูลทั่วไป ผลข้างเคียงที่พบได้หลังทำมักจะเป็นเพียงอาการชั่วคราวครับ เช่น รอยแดง หรือบางท่านอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปหลังจากการใช้คลื่นความร้อนดูแลผิว แต่หากคุณรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติอื่นๆ แนะนำให้ติดต่อปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมครับ

ทำโปรแกรม XERF เจ็บไหม?

ผลลัพธ์ของโปรแกรม XERF

อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำกี่ครั้ง

ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล 
คุณจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ หลังจากนั้นเมื่อร่างกายดำเนินกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ผลลัพธ์เรื่องความเข้ารูปและผิวที่ดูแน่นขึ้นจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 1-3 เดือนถัดไปครับ


ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานเท่าไร 
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรม XERF มักจะคงอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือนครับ ทั้งนี้ระยะเวลาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม ไลฟ์สไตล์ และวิธีการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลด้วยนะครับ

ผลลัพธ์ของโปรแกรม XERF อยู่ได้นานแค่ไหน

การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเอง
หลังทำโปรแกรม XERF

การเตรียมตัวก่อนทำ 
เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ การเตรียมผิวให้พร้อมคือสเต็ปแรกที่สำคัญครับ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการโดนแดดจัดล่วงหน้า และควรงดทรีตเมนต์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่รุนแรงในบริเวณที่ต้องการทำไปก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่ทานอยู่เป็นประจำให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อการประเมินที่รัดกุมก่อนเริ่มรับบริการครับ


การดูแลตัวเองหลังทำ
หลังรับบริการเสร็จ การดูแลผิวไม่ได้ยุ่งยากเลยครับ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวสูตรอ่อนโยนไปก่อน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการพาผิวหน้าไปสัมผัสกับความร้อนสูงจัด เช่น การเข้าอบซาวน่า หรือการทำหัตถการที่ใช้ความร้อนอื่นๆ ในช่วงแรกครับ

โปรแกรม XERF ดีไหม?

จุดเด่นของโปรแกรม

หากถามว่าโปรแกรม XERF น่าสนใจอย่างไร จุดเด่นหลักคือเทคโนโลยีคลื่นวิทยุที่ใช้สองความถี่สลับกันในการปล่อยพลังงานครั้งเดียว ทำให้ครอบคลุมการดูแลผิวตั้งแต่ชั้นตื้นไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิว ประกอบกับดีไซน์หัวปล่อยพลังงานและระบบทำความเย็นที่ออกแบบมาเพื่อกระจายความร้อน ทำให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายผิวระหว่างทำ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บครับ


ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

แม้เทคโนโลยีจะออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรทราบครับ ในกรณีที่ผู้รับบริการมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับที่รุนแรงมาก การทำโปรแกรม XERF เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด อาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม ดังนั้น การให้แพทย์ผู้ดูแลประเมินโครงสร้างผิวอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและตอบโจทย์ปัญหาผิวของแต่ละคนได้ดีที่สุดครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม XERF

​FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Optimas Max
bottom of page