top of page

รอยแดงจากสิว รักษายังไง? รวมวิธีดูแลผิวและโปรแกรมลดรอยแดง

  • 7 ส.ค.
  • ยาว 2 นาที
รอยแดงจากสิว รักษายังไง? รวมวิธีดูแลผิวและโปรแกรมลดรอยแดง

รอยแดงจากสิว คืออะไร? ทำไมถึงเกิดขึ้น

รอยแดงจากสิว คือรอยสีแดง ชมพู หรือม่วงที่ทิ้งไว้หลังจากสิวอักเสบยุบตัว สาเหตุเกิดจากตอนที่เป็นสิว ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมผิวบริเวณนั้น ทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวและคั่งอยู่ตรงนั้น

สำคัญที่ต้องรู้คือ รอยแดงเกิดจากปัญหาของเส้นเลือด ซึ่งต่างจาก รอยดำที่เกิดจากเม็ดสี พอต้นเหตุต่างกัน วิธีดูแลก็ต้องต่างกันด้วย นอกจากนี้ คนที่ผิวขาวมักจะเห็นรอยแดงชัดกว่าคนผิวคล้ำ เพราะไม่มีเม็ดสีผิวมาช่วยพรางรอยเส้นเลือดเอาไว้


รอยแดง (PIE) กับ รอยดำ (PIH) ต่างกันยังไง?

วิธีเช็กง่ายๆ ว่าเป็นรอยแดงหรือรอยดำ ให้ลองเอานิ้วหรือกระจกใสกดเบาๆ ลงบนรอยสิว


  • ถ้ากดแล้วรอยจางลงแป๊บหนึ่งแล้วกลับมาแดงใหม่: เป็นรอยแดง PIE เพราะแรงกดทำให้เลือดในเส้นเลือดฝอยกระจายตัวออกไปชั่วคราว


  • ถ้ากดแล้วสีไม่เปลี่ยนเลย: เป็นรอยดำ PIH


รอยแดงจากสิว หายเองได้ไหม? กี่วัน/กี่เดือนถึงจะหาย

รอยแดงสามารถจางลงและหายเองได้ โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับว่าสิวอักเสบหนักแค่ไหนและสภาพผิวของแต่ละคนเป็นอย่างไร


แต่บางคนอาจมีรอยแดงนานเป็นปีได้ ถ้าเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ สิวหัวช้าง หรือชอบไปบีบ แกะ แคะสิว ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดช้ำและอักเสบซ้ำซ้อน นอกจากนี้การไม่ทากันแดด แสง UV ก็จะยิ่งทำให้ผิวอ่อนแอและรอยหายช้าลงไปอีก


รอยแดงจากสิว ใช้อะไรดี? รวมวิธีดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน

รอยแดงจากสิว ใช้อะไรดี? รวมวิธีดูแลด้วยตัวเองที่บ้าน

การรักษารอยแดงด้วยสกินแคร์ ควรเลือกส่วนผสมที่ช่วยลดอาการอักเสบและทำให้หลอดเลือดใต้ผิวแข็งแรงขึ้น ตัวที่น่าสนใจมีดังนี้:


  • Niacinamide (Vitamin B3): ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอักเสบ และทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น


  • Vitamin C: ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยสร้างคอลลาเจน ทำให้ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นได้ดี


  • Azelaic Acid: ช่วยลดการอักเสบได้ดี เหมาะกับคนที่เป็นสิวและมีรอยแดงเรื้อรัง


  • Retinoids: ช่วยผลัดเซลล์ผิว [ถ้ายังมีสิวอักเสบหนักๆ การใช้เรตินอยด์หรือกรดผลัดผิว (AHA/BHA) ที่แรงเกินไป อาจทำให้ผิวระคายเคืองและรอยแดงชัดกว่าเดิม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้]


ข้อควรระวังสำคัญเวลาดูแลตัวเองที่บ้าน:

  • ทากันแดดทุกวัน: แสงแดดจะทำให้รอยแดงเข้มขึ้นและหายช้าลง จึงต้องทากันแดดเป็นประจำ


  • ห้ามแกะ บีบ แคะสิว: เพราะจะทำให้ผิวช้ำ รอยแดงขยายวงกว้างขึ้น และอาจกลายเป็นหลุมสิวได้ในอนาคต


วิธีเลือกครีมหรือเซรั่มลดรอยแดง

ให้อ่านส่วนผสมบนฉลากเป็นหลัก พยายามเลี่ยงตัวที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์เยอะๆ เพื่อลดโอกาสแพ้ เวลาจะลองของใหม่ ควรเริ่มทาทีละตัวแล้วรอดูอาการสัก 1-2 สัปดาห์ ว่าผิวมีอาการระคายเคืองหรือไม่


รอยแดงจากสิว รักษายังไงที่คลินิก?

ถ้าทาครีมที่บ้านแล้วยังไม่ค่อยดีขึ้น การเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำโปรแกรมทางการแพทย์ที่คลินิกก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม


เทคโนโลยีสำหรับรอยแดงโดยเฉพาะ: เครื่องมือสำหรับรักษารอยแดงจะใช้แสงที่เจาะจงกับ (เม็ดเลือดแดง ทำให้เส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวอยู่หดเล็กลง ตัวอย่างโปรแกรมที่นิยม ได้แก่:


  • โปรแกรม PDL: เป็นเทคโนโลยีที่แพทย์ผิวหนังมักเลือกใช้สำหรับจัดการรอยแดงเรื้อรัง


  • โปรแกรม IPL: เป็นพลังงานแสงที่สามารถปรับตั้งค่าให้เข้าไปทำงานกับเม็ดเลือดแดงได้


  • โปรแกรม KTP Laser: เป็นแสงที่เข้าไปจัดการกับเส้นเลือดฝอยบนผิวโดยตรง


โปรแกรมเลเซอร์รอยแดง ต่างกับ รอยดำยังไง? โปรแกรมเลเซอร์รอยแดงจะเน้นจัดการที่เส้นเลือดใต้ผิว ส่วนโปรแกรมเลเซอร์รอยดำ (เช่น Pico Laser) จะเน้นทำลายเม็ดสีผิว ถ้าเราเลือกใช้เครื่องมือไม่ถูกกับปัญหา รอยแดงก็จะไม่หายไป


สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำ:


  • ข้อดี: ตอนทำจะรู้สึกเจ็บแบบทนได้ และใช้เวลาพักผิวหลังทำไม่นาน


  • ข้อควรระวัง: ควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะถ้าตั้งค่าพลังงานไม่พอดีอาจทำให้ผิวไหม้หรือเกิดผลข้างเคียงได้


  • จำนวนครั้งที่ทำ: ขึ้นอยู่กับว่ารอยแดงชัดแค่ไหน ต้องให้แพทย์ช่วยประเมินให้


โปรแกรม OPTIMUS MAX LUMECCA PEAK ตัวช่วยจัดการรอยแดงจากสิว

โปรแกรม OPTIMUS MAX LUMECCA PEAK ตัวช่วยจัดการรอยแดงจากสิว

เครื่อง Optimas Max คือเครื่องมือดูแลผิวจาก InMode ที่รวบรวมหลายเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน (พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อน) ข้อดีคือแพทย์สามารถใช้เครื่องนี้จัดการปัญหาผิวได้หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งเรื่องรอยแดง รอยดำ และผิวที่ไม่เรียบเนียน


เทคโนโลยีที่ดูแลรอยแดงโดยเฉพาะ: สำหรับปัญหารอยแดงจากสิว จะใช้ โปรแกรม Lumecca Peak (IPL) หลักการทำงานคือการปล่อยพลังงานแสงลงไปที่ผิว แสงนี้จะเข้าไปจัดการกับ 2 สิ่งพร้อมกัน คือ เม็ดเลือดแดง (สาเหตุของรอยแดง) และเม็ดสีผิว (สาเหตุของรอยดำ)


เมื่อแสงไปจับกับเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัว จะทำให้เส้นเลือดหดเล็กลง ส่งผลให้รอยแดงจางลงและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รุ่น Peak นี้ถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานได้มีประสิทธิภาพ และมีระบบทำความเย็นที่หัวสัมผัส ช่วยให้รู้สึกสบายผิวระหว่างทำ


ถ้ามีหลุมสิวด้วย ทำยังไง? ต้องเข้าใจก่อนว่า โปรแกรม Lumecca Peak จะเน้นเรื่องรอยแดงเป็นหลัก ไม่ได้เน้นรักษาหลุมสิว แต่ถ้าคุณมีปัญหาผิวไม่เรียบเนียนหรือหลุมสิวร่วมด้วย ในเครื่องเดียวกันนี้ก็จะมี โปรแกรม Morpheus Burst (คลื่นวิทยุ RF) ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ และช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้เรียบเนียนขึ้น


ข้อดีของการรวมหลายเทคโนโลยี: แพทย์สามารถจัดโปรแกรมดูแลผิวให้เหมาะกับปัญหาของคุณได้ครบจบ ทำให้ผู้รับบริการได้ผลลัพธ์ทั้งในเรื่องของโทนสีผิวที่สม่ำเสมอขึ้น และการฟื้นฟูผิวในระยะยาว


วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยแดงจากสิวซ้ำ

รอยแดงป้องกันได้ตั้งแต่แรก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องคุมไม่ให้สิวอักเสบหนักและไม่ทำร้ายผิวซ้ำ เพราะยิ่งอักเสบมาก เส้นเลือดก็ยิ่งขยายตัว ทำให้เกิดรอยแดงได้ง่ายขึ้น


  • รักษาสิวตั้งแต่เนิ่นๆ: ถ้ารู้สึกว่าสิวเริ่มขึ้น ควรรีบแต้มยาหรือดูแลทันที เพื่อไม่ให้สิวบวมอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของรอยแดง


  • ห้ามแกะ บีบ แคะสิว: เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการบีบสิวจะทำให้ผิวช้ำ เส้นเลือดฝอยแตก รอยแดงขยายวงกว้าง และอาจกลายเป็นหลุมสิวแบบถาวรได้


  • ทากันแดดทุกวัน: แสงแดดจะทำให้รอยแดงเข้มขึ้นและหายช้าลง การทากันแดดเป็นประจำจะช่วยป้องกันไม่ให้รอยชัดขึ้น และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี


  • บำรุงเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง: เลือกใช้สกินแคร์ที่อ่อนโยน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น พยายามหลีกเลี่ยงการสผิวหรือใช้กรดผลัดเซลล์ผิวแรงๆ ในช่วงที่ผิวยังอ่อนแอ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับรอยแดงจากสิว

รอยแดงจากสิว ใช้วิตามินซีได้ไหม?

ใช้ได้ วิตามินซีมีส่วนช่วยลดรอยแดงได้ เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยฟื้นฟูผิวและส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน ทำให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น แต่แนะนำว่าวิตามินซีทำงานเหมือน ตัวช่วยเสริม มากกว่า ควรใช้คู่กับส่วนผสมอื่นๆ เช่น Niacinamide, Azelaic Acid และที่สำคัญคือต้องทากันแดดร่วมด้วยเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

รอยแดงสามารถจางลงและหายเองได้ เพราะมันคือเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัว ไม่ใช่แผลเป็นถาวร โดยปกติจะใช้เวลาประมาณไม่กี่สัปดาห์จนถึงหลายเดือน ถ้าเราไม่ไปบีบหรือแกะสิวซ้ำ แต่ถ้าสิวอักเสบหนักมากหรือปล่อยทิ้งไว้ รอยก็อาจอยู่นานเป็นปีได้ หากต้องการให้ผิวกลับมาเป็นปกติไวขึ้น การใช้สกินแคร์หรือทำโปรแกรมดูแลผิวที่คลินิกก็เป็นอีกทางเลือก

จริงๆ แล้วคือปัญหาเดียวกัน รอยแดงจากสิว (PIE) ส่วนใหญ่มักเกิดตามหลังสิวอักเสบ ยิ่งสิวอักเสบเม็ดใหญ่หรือบวมแดงมาก เส้นเลือดฝอยก็ยิ่งขยายตัวมาก ทำให้ทิ้งรอยแดงเอาไว้ชัดเจน ดังนั้น รอยแดงจากสิวอักเสบจึงถือเป็นต้นเหตุหลักของปัญหาเลย

โดยทั่วไปตอนทำโปรแกรมเลเซอร์หรือโปรแกรม IPL จะรู้สึกคล้ายโดนหนังสติ๊กดีดเบาๆ ที่ผิว เครื่องหลายรุ่นจะมีระบบทำความเย็นช่วยให้รู้สึกสบายผิวขึ้น หลังทำเสร็จผิวอาจจะดูแดงๆ คล้ายโดนแดดเล็กน้อย ซึ่งจะค่อยๆ จางลงในไม่กี่ชั่วโมง หรือบางคนอาจใช้เวลา 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและสภาพผิวของแต่ละคน

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยแดง ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน โดยเฉลี่ยอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 ครั้ง (เว้นระยะห่าง 4-6 สัปดาห์) แต่นี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่จำนวนครั้งที่ตายตัวสำหรับทุกคน


สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจว่า รอยแดง (ปัญหาเส้นเลือด) กับ รอยดำ (ปัญหาเม็ดสี) เป็นคนละปัญหากัน ทำให้ต้องใช้วิธีดูแลที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง การเลือกวิธีให้ถูกกับปัญหาตั้งแต่แรก จะช่วยให้เราไม่เสียเวลาและเสียเงินไปฟรีๆ


สำหรับรอยแดงที่เพิ่งเป็นหรือยังไม่รุนแรง การทาครีมที่มีส่วนผสมอย่าง Niacinamide, Vitamin C, Azelaic Acid ร่วมกับการทากันแดดทุกวัน ก็สามารถช่วยให้รอยจางลงได้ แต่สำหรับคนที่มีรอยแดงเรื้อรัง หรือต้องการการดูแลที่มากขึ้น การเข้าไปปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทำโปรแกรมเลเซอร์, โปรแกรม IPL หรือใช้เครื่องมืออย่าง Optimas Max ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยดูแลปัญหาผิวได้ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล


 
 
 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
bottom of page