รับมือผิวหย่อนคล้อยตามวัย ด้วยโปรแกรม Morpheus8 Burst เทคโนโลยียกกระชับผิวชั้นลึก

Key Takeaways
หน้าย้วย กับ หน้าตก ไม่เหมือนกันนะครับ: เช็กให้ชัวร์ก่อนว่าผิวแค่ "ไม่กระชับ" (จับแล้วเหลวๆ ย้วยๆ) หรือ "หย่อนคล้อย" ไปแล้ว (โครงสร้างตก มีร่องลึกชัดเจน) เพราะแนวทางการดูแลจะต่างกันเลยครับ
อายุไม่ใช่ผู้ร้ายตัวเดียว: นอกจากคอลลาเจนที่หายไปตามวัยแล้ว การที่ชั้นไขมันฝ่อตัว แสงแดดสะสม หรือแม้แต่การลดน้ำหนักฮวบฮาบ ก็ทำให้ผิวหน้าตกได้เร็วกว่าที่หลายคนคิดครับ
โปรแกรม Morpheus8 Burst คือตัวช่วยฟื้นฟูงานผิวจากชั้นลึก: เป็นการใช้พลังงาน Fractional RF ผสานเข็มขนาดเล็ก ลงไปช่วยจัดการปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง จุดเด่นคือได้ทั้งความแน่นเฟิร์มและช่วยปรับคุณภาพผิวชั้นบนไปพร้อมๆ กัน
แพงกว่า ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับเราที่สุดเสมอไป: จะเลือกโปรแกรม Morpheus8 Burst, โปรแกรม ultramaxหรือ โปรแกรม Xerf ไม่ได้อยู่ที่ราคาหรือความฮิตครับ แต่อยู่ที่ "ปัญหาโครงสร้างผิวและชั้นไขมัน" ของเราเป็นหลัก
ให้แพทย์ช่วยประเมินคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด: การนำปัญหาผิวของเราไปนั่งคุยกับแพทย์ เพื่อวางแผนการดูแลแบบ Case by Case จะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ตรงจุด และไม่เสียเวลาครับ
ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร รักษาให้กลับมากระชับได้จริงไหม พร้อมเจาะลึกโปรแกรม Morpheus8 Burst
เวลาส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อยๆ ทั้งที่ก็นอนพอ? อาการนี้แหละครับมักเป็นสัญญาณแรกๆ ของปัญหาผิวที่หลายคนกังวล มาลองทำความเข้าใจกันครับว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่
ผิวขาดความยืดหยุ่น พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือโครงสร้างผิวของเราอ่อนแอลงครับ เหมือนเต็นท์ที่เสาเริ่มทรุด เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวที่เคยทำหน้าที่เป็นสปริงยืดหยุ่นเกิดการเสื่อมสภาพลง ผิวจึงเสียรูปทรงและพับตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ลองเช็กหน้ากระจกดูนะครับว่าเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้หรือยัง:
หน้าผากและคิ้ว: หางคิ้วเริ่มตก หนังตาตกลงมาบังชั้นตา
แก้มและร่องแก้ม: แก้มที่เคยเต็มเริ่มดูตอบลง ทำให้ร่องน้ำหมากและร่องแก้มดูพับลึกขึ้น
กรอบหน้าและลำคอ: แนวกรามไม่คมชัดเหมือนก่อน มีเนื้อห้อยย้อยช่วงเหนียงหรือผิวลำคอดูพับเป็นชั้น
ผิวหย่อนคล้อย กับ ผิวไม่กระชับ ต่างกันอย่างไร หลายคนมักสับสนสองคำนี้ครับ ขอแยกให้เห็นภาพชัดๆ ดังนี้:
ผิวไม่กระชับ: จับแล้วผิวดูเหลวๆ ย้วยๆ ไม่เด้งสู้มือ เหมือนลูกโป่งที่ลมเริ่มซึมออก แต่ยังไม่ถึงขั้นหน้าตก
ผิวหย่อนคล้อย: โครงสร้างใบหน้าตกลงมาอย่างเห็นได้ชัด เกิดรอยพับ ร่องลึก หรือมีเนื้อห้อยย้อยเปลี่ยนรูปทรงหน้าไปเลย
ผิวหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร เจาะลึกทุกสาเหตุ

ปัญหาผิวไม่ได้มาจากแค่อายุเพียงอย่างเดียวนะครับ มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง
อายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัยหนึ่ง ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเฉลี่ยคอลลาเจนจะเสื่อมถอยลงประมาณปีละ 1-1.5% ทำให้โครงสร้างผิวอ่อนแอลงตามธรรมชาติ
การเสื่อมของกรดไฮยาลูรอนิก (HA) ในชั้นผิวหนังแท้ มุมนี้หลายคนยังไม่ค่อยทราบครับ งานวิจัยทางผิวหนังหลายชิ้นชี้ว่า การสูญเสียความชุ่มชื้นจากกรดไฮยาลูรอนิกในผิวชั้นลึก อาจเป็นโดมิโนตัวแรกที่ทำให้สภาพแวดล้อมของผิวไม่เหมาะสม จนนำไปสู่การพังของคอลลาเจนในเวลาต่อมา
การเคลื่อนตัวและลดปริมาตรของไขมันใต้ผิว (Fat Compartment) ร่องลึกบนใบหน้าไม่ได้เกิดจากแรงโน้มถ่วงอย่างเดียวครับ แต่งานวิจัยพบว่าชั้นไขมันบนใบหน้าที่เคยเกาะกลุ่มกันแน่น มีการฝ่อตัวและไหลตกลงมา ทำให้ใบหน้าบางจุดดูตอบและเกิดเนื้อไปกองรวมกันตามกรอบหน้า
แสงแดดและรังสี UV นี่คือตัวหลักที่ทำร้ายผิวเลยครับ รังสี UV สามารถเจาะลึกเข้าไปทำลายเส้นใยคอลลาเจนโดยตรง ซึ่งมีผลทำให้ผิวดูแก่ก่อนวัยถึงราวๆ
พันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้ผิวบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่นได้ไวขึ้นกว่าช่วงวัยอื่นๆ
น้ำหนักขึ้นลงเร็ว หรือหลังคลอดบุตร กลุ่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการมีอายุมากขึ้นครับ แต่กลไกคล้ายลูกโป่งที่ถูกเป่าจนขยายเต็มที่แล้วปล่อยลมออกอย่างรวดเร็ว ผิวหนังจึงหดตัวกลับไม่ทัน ทำให้เกิดการย้วยและห้อยย้อยตามมา
ความเครียดสะสมและการพักผ่อนไม่พอ ฮอร์โมนคอร์ติซอลจากความเครียด จะเข้าไปขัดขวางการทำงานของเซลล์ผิวและการสร้างคอลลาเจนใหม่ครับ คนที่นอนน้อยหรือเครียดสะสมนานๆ ผิวจึงดูโทรมและยุบตัวเร็วกว่าปกติ
ผิวหย่อนคล้อยเริ่มตอนอายุเท่าไหร่ และเช็กระดับความรุนแรงด้วยตัวเองได้อย่างไร

เคยสงสัยไหมครับว่าปัญหาผิวหน้าตกมันแอบเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหน? บางทีส่องกระจกทุกวันอาจจะไม่ทันสังเกต แต่พอมาดูรูปถ่ายเทียบกับปีก่อนๆ ถึงจะเริ่มเห็นชัด ลองมาเช็กกันดูครับว่าผิวของเราอยู่ในระยะไหนแล้ว
สัญญาณเริ่มต้นในช่วงอายุ 25-35 ปี ช่วงวัยนี้หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่าผิวหน้าปกติดี แต่ลึกๆ แล้วคอลลาเจนเริ่มลดลงครับ สัญญาณแรกๆ ที่ฟ้องคือ รอยพับหมอนตอนตื่นนอนที่เริ่มใช้เวลานานกว่าจะคืนตัว หรือเวลาเลิกงานตอนเย็นๆ หน้าจะดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ เริ่มเห็นเงาตกกระทบบริเวณร่องแก้มจางๆ แม้จะไม่ได้ยิ้มก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้นในช่วง 40 ปีขึ้นไป พอเข้าเลข 4 โครงสร้างใบหน้าจะเปลี่ยนชัดเจนขึ้นครับ ชั้นไขมันบางจุดเริ่มฝ่อตัว กระดูกโครงหน้าเริ่มยุบ สิ่งที่ตามมาคือ ร่องแก้มที่ลึกเป็นเส้นชัดเจน กรอบหน้าที่เคยเป๊ะเริ่มมีเนื้อห้อยลงมา และมุมปากที่ดูตกจนทำให้หน้าดูเศร้าหรือดุโดยไม่ได้ตั้งใจ
แบบประเมินความรุนแรงผิวหย่อนคล้อยเบื้องต้น ลองเช็กหน้ากระจกง่ายๆ ตามนี้ได้เลยครับ:
ระดับเล็กน้อย: ผิวเริ่มมีริ้วรอยตื้นๆ จับแล้วความยืดหยุ่นลดลง หน้าดูเหนื่อยง่าย
ระดับปานกลาง: เริ่มเห็นร่องลึกชัดเจน เช่น ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม และกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัดเวลาหันข้าง
ระดับมาก: มีผิวหนังตกลงมาเป็นก้อนหรือเป็นชั้นชัดเจนตามแนวกราม รวมถึงผิวบริเวณลำคอที่ย่นและห้อยย้อย
ผิวหย่อนคล้อย รักษาอย่างไรได้บ้าง รวมทุกวิธีตั้งแต่ดูแลเองถึงหัตถการทางการแพทย์
บอกเลยว่าการดูแลผิวมีทางเลือกเยอะมากครับ ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสน เรามาไล่เรียงกันดูว่าวิธีไหนตอบโจทย์และมีหลักฐานรองรับจริงบ้าง
การดูแลผิวประจำวัน: สกินแคร์พื้นฐานที่ช่วยป้องกันและชะลอวัยได้จริงคือ "ครีมกันแดด" ครับ เพราะช่วยป้องกันการถูกทำลายจาก UV ส่วนกลุ่มที่ช่วยเสริมสร้างการสร้างคอลลาเจนได้จะมี เรตินอล (อนุพันธ์วิตามินเอ) วิตามินซี และเปปไทด์ ซึ่งต้องใช้อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
วิธีที่คนเข้าใจว่าช่วยได้: หลายคนชอบการนวดหน้า กัวซา หรือโยคะใบหน้า ใช่ไหมครับ? วิธีเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวมน้ำได้ดีมาก ทำให้หน้าดูเข้ารูปขึ้นชั่วคราว แต่ในเชิงวิชาการยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่ยืนยันว่าสามารถสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ หรือยกโครงสร้างผิวที่หย่อนคล้อยไปแล้วให้กลับมาตึงกระชับแบบถาวรได้ครับ
โปรแกรมที่ช่วยเรื่องปริมาตรและโครงสร้างผิว เมื่อโครงสร้างภายในยุบตัว การใช้หัตถการกลุ่มนี้จะตอบโจทย์มากครับ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์: เป็นการใช้สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด เข้าไปทดแทนชั้นกระดูกหรือชั้นไขมันที่ฝ่อตัว ช่วยพยุงโครงสร้างหน้าให้ดูมีมิติขึ้น
โปรแกรมร้อยไหม Revitalise (เส้นไหมกลุ่ม PLACL): เป็นการใช้เส้นไหมทางการแพทย์เข้ามาช่วยพยุงและปรับรูปหน้า โดยวัสดุ PLACL มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็น Biostimulator ที่เข้าไปเสริมสร้างให้ร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่รอบแนวเส้นไหม ทำให้ผิวแน่นและดูมีคุณภาพดีขึ้นในระยะยาวครับ
โปรแกรมยกกระชับผิวแบบไม่ผ่าตัด กลุ่มนี้คือพระเอกของการดูแลผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
โปรแกรมคลื่นเสียง: เช่น โปรแกรม Hifu ( ulthera, ultrformer, ultramax. )จะส่งพลังงานลงลึกไปถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงหน้า) ช่วยหดรัดผิวชั้นลึก
โปรแกรมคลื่นวิทยุ : เช่น โปรแกรม Xerf หรือ โปรแกรม Morpheus8 Burst จะเน้นส่งความร้อนไปเสริมสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น
ทางเลือกโปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้า สำหรับคนที่มีภาวะผิวหย่อนคล้อยระดับมาก หรือมีผิวหนังส่วนเกินเยอะ การใช้เครื่องมืออาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) จึงเป็นทางออก เพราะสามารถตัดแต่งหนังส่วนเกินและเย็บกระชับโครงสร้างชั้นลึกได้โดยตรง
โปรแกรม Morpheus8 Burst ทางเลือกยกกระชับที่กำลังได้รับความนิยม

พูดถึงเรื่องการดูแลผิวที่หย่อนคล้อยในยุคนี้ คงต้องหยิบยก โปรแกรม Morpheus8 Burst ขึ้นมาคุยกันครับ เพราะเป็นวิธีที่หลายคนให้ความสนใจ มาทำความเข้าใจกันครับว่ามันทำงานอย่างไร และเหมาะกับเราจริงๆ หรือไม่
โปรแกรม Morpheus8 Burst คืออะไร ทำงานอย่างไร
อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือการผสมผสานสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกันครับ ได้แก่ การใช้เข็มขนาดเล็กมาก นำส่งพลังงานคลื่นวิทยุ ลงไปในชั้นผิว ซึ่งแพทย์สามารถปรับระดับความลึกของเข็มให้เหมาะสมกับปัญหาผิวแต่ละบริเวณได้ พลังงานความร้อนนี้จะเข้าไปส่งเสริมกระบวนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ พร้อมกับช่วยจัดเรียงชั้นไขมันใต้ผิวให้ดูเข้ารูปมากขึ้น
เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยระดับไหน บริเวณไหนได้บ้าง วิธีนี้ตอบโจทย์มากสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงระดับปานกลางครับ บริเวณที่นิยมทำคือ ทั่วใบหน้า ลำคอ รวมถึงบริเวณที่มีผิวเนื้อย้วยๆ เช่น หน้าท้อง หรือต้นแขน ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ดูแลได้เช่นกัน
ขั้นตอนการทำ ตั้งแต่ก่อนจนถึงหลังทำ
เตรียมผิว: เริ่มจากการทำความสะอาดและทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 60 นาที เพื่อให้รู้สึกสบายผิวที่สุดขณะทำ
ระหว่างทำ: แพทย์จะใช้หัวเครื่องทาบลงบนผิว ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณ
หลังทำ: จะมีการประคบเย็น ผิวอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้
ผลข้างเคียงที่อาจพบและกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง หลังทำอาจพบรอยแดง บวม หรือมีสะเก็ดเล็กๆ บนผิว ซึ่งจะค่อยๆ หลุดลอกไปเองในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ครับ ส่วนกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงคือ สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ หรือผู้ที่มีการติดเชื้ออักเสบบนผิวหนังในบริเวณที่ต้องการทำ
ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล และผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวในช่วง 3-4 สัปดาห์หลังทำ และผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3 เดือน ส่วนใหญ่มักแนะนำให้ทำ 1-3 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์) ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลครับ
โปรแกรม Morpheus8 Burst เทียบกับโปรแกรมยกกระชับอื่น เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหา
เวลาเข้าไปปรึกษาแพทย์ หลายคนอาจจะสับสนว่ามีหลายโปรแกรมเหลือเกิน แล้วเราควรเลือกอันไหนดี? มาดูจุดเด่นของแต่ละตัวกันครับ
เทียบกับ กลุ่มโปรแกรม HIFU (โปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Ultraformer, โปรแกรม Ultramax)
กลุ่มโปรแกรม HIFU เช่น โปรแกรม Ulthera, โปรแกรม Ultraformer และ โปรแกรม Ultramax จะใช้พลังงานคลื่นเสียง ลงลึกไปถึงชั้นรอยต่อของกล้ามเนื้อ (SMAS) ทำหน้าที่เหมือนการเย็บผิวชั้นลึกให้หดตัว เหมาะกับคนที่หน้าตกมากๆ ต้องการดึงแนวกรอบหน้าให้ชัด โดยไม่ได้เน้นเรื่องงานผิวชั้นบนเท่ากับ โปรแกรม Morpheus8 Burst ครับ เครื่องกลุ่มนี้จะเน้นการพยุงโครงสร้างชั้นลึกเป็นหลัก ซึ่งแต่ละเครื่องจะมีรายละเอียดเรื่องความรู้สึกระหว่างทำและระดับราคาที่แตกต่างกันไปให้เลือกตามความเหมาะสม
เทียบกับ โปรแกรม XERF โปรแกรม Morpheus8 Burst
จะใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) แบบส่งความร้อนลงไปเป็นบริเวณกว้าง เน้นทำให้เส้นใยคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้และชั้นไขมันหดตัว ผิวจึงดูแน่นกระชับขึ้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวเหลวย้วยหรือมีแก้มเยอะครับ ส่วน โปรแกรม Morpheus8 จะเด่นกว่าในแง่ของการปรับคุณภาพผิวชั้นบน รูขุมขน และรอยสิวร่วมด้วย เพราะมีการใช้พลังงานผ่านเข็มขนาดเล็ก
เทียบกับ โปรแกรมร้อยไหม
โปรแกรมร้อยไหม เป็นการใช้เงี่ยงไหมเกี่ยวรั้งเนื้อเยื่อเพื่อดึงโครงหน้าขึ้นแบบเห็นความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหลังทำเสร็จ ส่วน โปรแกรม Morpheus8 Burst จะเน้นอาศัยกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ
สรุปจุดต่างสำคัญ
โปรแกรม Morpheus8 Burst | กลุ่มโปรแกรม HIFU (Ulthera, Ultraformer, Ultramax) | โปรแกรม XERF | โปรแกรมร้อยไหม | |
เทคโนโลยีหลัก | Fractional RF + เข็ม | คลื่นเสียง Ultrasound | คลื่นวิทยุ RF | เส้นไหมทางการแพทย์ |
ระดับความลึก | ชั้นหนังแท้ ถึง ชั้นไขมัน | ลึกสุดถึงชั้น SMAS | ชั้นหนังแท้ ถึง ชั้นไขมัน | ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง |
ระยะเวลาผิวฟื้นตัว | มีรอยแดง/สะเก็ดเล็กน้อย (3-7 วัน) | แทบไม่มีรอย (อาจระบมใต้ผิว) | แทบไม่มีรอย (อาจแดงเล็กน้อย) | อาจมีรอยช้ำ บวม หรือรอยเข็ม (1-2 สัปดาห์) |
ระยะเวลาผลลัพธ์คงอยู่ | 1 - 2 ปี | 1 - 2 ปี | 1 - 2 ปี | 6 เดือน - 1.5 ปี (ตามชนิดไหม) |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Morpheus8 Burst
ผิวหย่อนคล้อยป้องกันได้ไหม เริ่มดูแลตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดี
บอกเลยว่าเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ครับ ช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจนและอีลาสตินจะเริ่มลดลงตามธรรมชาติ การทาครีมกันแดดและมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยดูแลคุณภาพผิวไว้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ
ทำโปรแกรม Morpheus8 Burst เจ็บไหม ต้องทายาชาก่อนหรือเปล่า
ก่อนทำจะมีการแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 45-60 นาทีครับ ความรู้สึกระหว่างทำอาจจะมีหน่วงๆ หรือรู้สึกอุ่นๆ บริเวณใต้ผิวบ้าง แต่ส่วนใหญ่คนไข้จะสามารถทนได้ครับ
ผิวหย่อนคล้อยรักษาด้วยสกินแคร์อย่างเดียวได้ผลจริงไหม
ถ้าเป็นความหย่อนคล้อยที่เกิดจากการยุบตัวของโครงสร้างชั้นลึกหรือปริมาตรชั้นไขมัน สกินแคร์จะไม่สามารถดึงผิวให้กลับมาตึงได้ครับ สกินแคร์จะเน้นไปที่การบำรุงคุณภาพผิวชั้นบนให้ชุ่มชื้นและดูแลปัญหาริ้วรอยตื้นๆ มากกว่า
ทำโปรแกรม Morpheus8 Burst แล้วต้องดูแลผิวเป็นพิเศษกี่วัน
ช่วง 1-3 วันแรก ผิวอาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อย ให้เน้นทามอยส์เจอร์ไรเซอร์และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดครับ หลังจากผ่านไป 48 ชั่วโมงก็สามารถเริ่มแต่งหน้าได้ตามปกติ รอยสะเก็ดเล็กๆ บนผิวจะค่อยๆ หลุดออกไปเองใน 1-2 สัปดาห์ครับ
คนท้องหรือให้นมบุตรทำโปรแกรม Morpheus8 Burst ได้ไหม
ไม่แนะนำครับ ตามหลักการแพทย์ สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการรับบริการโปรแกรมที่ใช้พลังงานความร้อนทุกชนิด รวมถึงเลี่ยงการใช้ยาชาแบบทา เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณแม่และทารกครับ
ผิวหย่อนคล้อยแก้ได้ เลือกวิธีให้เหมาะกับระดับปัญหาของตัวเอง
ระดับเริ่มต้น: ปัญหาอยู่ที่ผิวชั้นบน ขาดความชุ่มชื้น แนะนำให้เริ่มดูแลด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอล วิตามินซี หรือโปรแกรมกลุ่มทรีตเมนต์บำรุงผิว
ระดับปานกลาง: โครงสร้างเริ่มยุบตัว ผิวเริ่มพับเป็นร่อง โปรแกรม Morpheus8 Burst หรือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยเข้าไปดูแลปัญหาในชั้นที่ลึกขึ้นได้อย่างเหมาะสม
ระดับมาก: มีผิวเนื้อห้อยย้อยชัดเจน ปริมาณไขมันลดลงมาก โปรแกรมศัลยกรรมดึงหน้าจะเป็นทางเลือกที่ตอบรับกับปัญหาเชิงโครงสร้างในลักษณะนี้ครับ
จุดที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมยกกระชับใดๆ ไม่ควรตัดสินใจจากรีวิวเพียงอย่างเดียวนะครับ เพราะสภาพผิวและการยุบตัวของชั้นไขมันแต่ละคนแตกต่างกัน การให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด จะช่วยให้เราเลือกโปรแกรมได้สอดคล้องกับปัญหาจริงๆ และไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นครับ
ความคิดเห็น